ดัชนีการพัฒนาคนจังหวัดนครสวรรค์ พ.ศ. 2562

ดัชนีความก้าวหน้าของคน (Human Achievement Index - HAI) เป็นดัชนีที่สะท้อน ความก้าวหน้าการพัฒนาคนในระดับจังหวัดของประเทศไทย โดยยึดกรอบแนวคิดการพัฒนาคนที่ครอบคลุม การมีสุขภาพที่ดี มีการศึกษา มีชีวิตการงาน มีรายได้ที่เพียงพอต่อการดำรงชีวิต มีที่อยู่อาศัยที่มั่นคงและอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดี มีชีวิตครอบครัวที่อบอุ่นในชุมชนที่มีความปลอดภัย มีการคมนาคมที่สะดวกปลอดภัยและเข้าถึงการสื่อสารอย่างทั่วถึง ตลอดจนมีส่วนร่วมทางการเมืองและสังคม อย่างมีศักดิ์ศรี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นเครื่องมือประเมินความก้าวหน้าของคน ในระดับจังหวัด และเพื่อให้จังหวัดต่าง ๆ ได้ทราบถึงลำดับตำแหน่งความก้าวหน้าของคนในจังหวัดของตนพร้อมทั้งจุดเด่นจุดด้อยในการพัฒนาคนของจังหวัดซึ่งจะนำไปสู่การศึกษาข้อมูลเชิงลึกเพื่อจะได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาและพัฒนาคนในจังหวัดให้มีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น ซึ่งจากกรอบแนวคิดการพัฒนาคนดังกล่าวได้ใช้เป็นกรอบในการกำหนดองค์ประกอบของดัชนี ความก้าวหน้าของคน ปี 2562 ประกอบด้วย 8 ดัชนีย่อยคือ 

1) ด้านสุขภาพ 2) ด้านการศึกษา 3) ด้านชีวิต การงาน 4) ด้านรายได้ 5) ด้านที่อยู่อาศัยและสภาพแวดล้อม 6) ด้านชีวิตครอบครัวและชุมชน 7) ด้านการ คมนาคมและการสื่อสาร และ 8) ด้านการมีส่วนร่วม โดยดัชนีย่อยในแต่ละด้าน มี 4 ตัวชี้วัดเท่า ๆ กัน รวม ตัวชี้วัดทั้งหมด 32 ตัวชี้วัด

การจัดทำดัชนีความก้าวหน้าของคน สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติจะมีการจัดทำดัชนีดังกล่าวประมาณ 2 ปีต่อครั้ง เนื่องจากข้อจำกัดของข้อมูลตัวชี้วัดบางตัวที่นำมาใช้ในการคำนวณดัชนี เจ้าของแหล่งข้อมูลจะทำการเผยแพร่ข้อมูล 2 ปีต่อครั้ง โดยในปี 2562 จากการจัดทำดัชนีการพัฒนาคนพบว่า 
จังหวัดที่มีความก้าวหน้าในการพัฒนาคนมากที่สุดห้าลำดับแรก คือ นนทบุรี กรุงเทพมหานคร ปทุมธานี ภูเก็ต และระยอง ตามลำดับ
ส่วนจังหวัดที่มีความก้าวหน้าในการพัฒนาคนน้อยที่สุดห้าลำดับ คือ นราธิวาส ปัตตานี แม่ฮองสอน สุรินทรื และบุรีรัมย์

การพัฒนาคนในภาพรวมของจังหวัดยังไม่เปลี่ยนแปลงเมื่อเปรียบเทียบกับช่วงที่ผ่านมา โดยค่าดัชนีความก้าวหน้าการพัฒนาคนในปี 2562 เท่ากับ 0.5869 ใกล้เคียงกับปี 2558 ที่มีค่าเท่ากับ 0.5844 เมื่อพิจารณาดัชนีย่อย พบว่า การพัฒนาที่อยู่อาศัยและสภาพแวดล้อมมีความก้าวหน้ามากที่สุดคือมีค่าดัชนี 0.9352 รองลงมาเป็นด้านชีวิตการงาน การคมนาคมและการสื่อสาร สุขภาพ ชีวิตครอบครัวและชุมชน รายได้ และการมีส่วนร่วม ตามลำดับ ส่วนด้านการศึกษามีความก้าวหน้าน้อยที่สุด คือมีค่าดัชนี 0.4091 เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2558 

ด้านสุขภาพมีค่าดัชนีเพิ่มขึ้นจากการเจ็บป่วยและผู้พิการที่ลดลง ปี 2562 ดัชนีย่อย ด้านสุขภาพอยู่ที่ 0.6014 เพิ่มขึ้น 0.0283 คะแนนจากปี 2558 แม้ว่าการพัฒนาสุขภาพได้มีการดำเนินงาน ทั้งการส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันโรค รวมทั้งการจัดบริการที่มีคุณภาพครอบคลุมทั่วถึงมากขึ้น โดยจะเห็นได้จากประชาชนมีอายุคาดเฉลี่ยเมื่อแรกเกิดเพิ่มขึ้น การลดลงของอัตราทารกตายและมารดา รวมถึงการมีหลักประกันด้านสุขภาพของประชากรที่ครอบคลุมเกือบร้อยละ 100 อย่างไรก็ตาม ด้านการมีสุขภาพที่ดีของประชาชน มีความก้าวหน้าเพิ่มขึ้น สะท้อนจากอัตราทารกที่มีน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์ การเจ็บป่วยของผู้ป่วยใน และสัดส่วน ผู้พิการที่ลดลง ทั้งนี้ การเข้าสู่สังคมสูงอายุและวิถีชีวิตของคนในสังคมส่งผลให้แนวโน้มอัตราการเจ็บป่วยโรคเรื้อรัง การบาดเจ็บจากอุบัติเหตุจราจรเพิ่มขึ้น ส่งผลต่อสมรรถนะร่างกาย การติดเตียง และภาวะทุพพลภาพที่เพิ่มขึ้น การสร้างเสริมสุขภาพเพื่อให้ประชาชนมีพฤติกรรมสุขภาพที่ดี รวมทั้งสนับสนุนให้สังคม สิ่งแวดล้อมอยู่ในสภาวะ ที่เอื้อต่อการมีสุขภาวะที่ดีของประชาชนจึงเป็นประเด็นท้าทายสำคัญในการพัฒนาด้านสุขภาพ

ด้านการศึกษามีความก้าวหน้าลดลงควรเร่งพัฒนาด้านคุณภาพ โดยมีดัชนีย่อย ด้านการศึกษาลดลงเป็น 0.4091 ลดลง 0.0260 จากปี 2558 ถึงแม้ว่านักเรียนการอยู่ในระบบการศึกษายาวนานขึ้น สะท้อนจากอัตราการเข้าศึกษาในระดับมัธยมปลายและ ปวช. ที่เพิ่มจากร้อยละ 69.48 ในปี 2558 เป็นร้อยละ 69.74 ในปี 2561 และจำนวนปีการศึกษาเฉลี่ยของประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไปที่เพิ่มขึ้นเป็น 7.80 ปี จาก 7.46 ปี ในช่วงเวลาเดียวกัน ซึ่งเป็นผลจากมาตรการสนับสนุนทางด้านการศึกษาในรูปแบบต่าง ๆ อาทิ โครงการเรียนฟรี 15 ปี กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) การจัดการศึกษาสำหรับผู้อยู่นอกระบบโรงเรียน อย่างไรก็ตาม ด้านคุณภาพการศึกษาในภาพรวมยังไม่เปลี่ยนแปลงมากนักสะท้อนจากคะแนนเฉลี่ย การทดสอบ O-Net ระดับมัธยมปลายที่มีคะแนนเฉลี่ยคงที่ร้อยละ 34 ในขณะที่ ค่าเฉลี่ยเชาวน์ปัญญา (IQ) ของเด็กนักเรียนไทยชั้น ป. 1 ลดลงเหลือ 98.53 ในปี 2562 จาก 102.29 ในปี 2558 นอกจากนี้ เมื่อเปรียบเทียบการพัฒนาด้านอื่น ๆ การศึกษามีความก้าวหน้าน้อยที่สุด และในภาพรวมทั่วประเทศมีความเหลื่อมล้ำมาด้วย

ด้านชีวิตการงานมีความก้าวหน้าลดลง โดยมีค่าดัชนีย่อยด้านชีวิตการงานเท่ากับ 0.6493 ลดลง 0.0259 คะแนน จากปี 2558 โดยความก้าวหน้าในการพัฒนาลดลงแม้จะมีการเร่งขยายความครอบคลุมการมีหลักประกันสังคมทั้งในกลุ่มแรงงานในระบบและนอกระบบ ทำให้แรงงานที่มีประกันสังคมเพิ่มขึ้น โดยในปี 2562 ผู้มีงานทำที่มีประกันสังคมมีร้อยละ 22.17 ของผู้มีงานทำ เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 18.18 ขณะเดียวกัน แรงงานที่ประสบอันตรายจากการทำงานลดลงเป็นร้อยละ 9.98 จากร้อยละ 10.40 ในปี 2558 ขณะที่ การจ้างงานและการทำงานต่ำระดับอยู่ในระดับมีอัตราสูงขึ้นโดยมีอัตราว่างงานที่ร้อยละ 1.43 และอัตราการทำงานต่ำระดับที่ 0.68 ในปี 2562 เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากร้อยละ 0.49 ในปี 2558 แม้ว่าผู้มีประกันสังคมจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นมาก อย่างไรก็ตาม ในกลุ่มแรงงานนอกระบบ (แรงงานภาคเกษตร ผู้ประกอบอาชีพอิสระรายย่อย) ยังมีประกันสังคมค่อนข้างต่ำ ซึ่งจะส่งผลถึงความมั่นคงในชีวิตการงาน รวมทั้งการขาดรายได้หลังเกษียณ การเพิ่มหลักประกันทางสังคมโดยเฉพาะการมีเงินออมหลังเกษียณอายุจึงยังเป็นประเด็นที่ต้องเร่งดำเนินการ

ด้านรายได้มีความก้าวหน้าลดลง โดยค่าดัชนีย่อยด้านรายได้เท่ากับ 0.5197 ลดลง 0.0947 คะแนน จากปี 2558 แม้ว่ารายได้เฉลี่ยของครัวเรือนจะไม่เปลี่ยนแปลงในปี 2562 มีรายได้เป็น 21,956 บาทต่อเดือน จาก 21,952 บาท ต่อเดือนในปี 2558 อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของสัดส่วนคนจน หนี้ครัวเรือนเพื่อการอุปโภคบริโภคและค่าสัมประสิทธิ์ ความไม่เสมอภาคของรายได้ (Gini-coefficient) มีค่าเพิ่มขึ้นทำให้ความก้าวหน้าด้านรายได้ลดลง โดยสัดส่วน คนยากจนเพิ่มเป็นร้อยละ 11.01 ของประชากร จากร้อยละ 2.78 ในปี 2558 ครัวเรือนที่มีหนี้สินมีสัดส่วนร้อยละ 44.11 ของครัวเรือนทั้งหมด เพิ่มจากร้อยละ 37.76 และค่าดัชนีความไม่เสมอภาคของรายได้ (Gini-coefficient) เพิ่มขึ้นเป็น 0.4206 จาก 0.3675 ในช่วงเวลาเดียวกัน

ด้านที่อยู่อาศัยและสภาพแวดล้อมมีความก้าวหน้าเพิ่มขึ้น เป็นด้านที่มีความก้าวหน้า ในการพัฒนามากที่สุด โดยมีค่าดัชนีย่อยด้านที่อยู่อาศัยและสภาพแวดล้อมเท่ากับ 0.9352 เพิ่มขึ้น 0.0917 คะแนน จากปี 2558 เนื่องจากการลดลงของประชากรที่ประสบอุทกภัยและภัยแล้ง และการลดลงสัดส่วนการปล่อยก๊าซเรือนกระจกด้านพลังงานที่มีค่าเฉลี่ย 1.09 ตันก๊าซเรือนกระจกต่อคน ลดจาก 2.79 ตันก๊าซเรือนกระจกต่อคน และครัวเรือนมีบ้านและที่ดินเป็นของตนเองในระดับค่อนข้างสูงคือกว่าร้อยละ 85.46 อย่างไรก็ตาม แม้การมีบ้านและที่ดินเป็นของตนเองมีแนวโน้มที่ไม่แน่นอนอย่างต่อเนื่องจากที่เคยมีร้อยละ 80.93 ในปี 2558 และลดลงในปี 2560 แล้วกลับเพิ่มขึ้นในปี 2562 นอกจากนี้ การเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยอาจไม่สะท้อนในเชิงคุณภาพเนื่องจากการเป็นเจ้าของที่อยู่ไม่ได้สะท้อนสภาพของที่อยู่อาศัยที่เหมาะสม และเป็นที่น่าสังเกตว่าในพื้นที่ เขตเทศบาลนครนครสวรรค์และพื้นที่ใกล้เคียงโดยรอบ แม้จะเป็นพื้นที่ ที่มีรายได้เฉลี่ยสูงกว่าพื้นที่อื่น แต่กลับมีสัดส่วนของการเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยค่อนข้างต่ำ เนื่องจากการเคลื่อนย้ายแรงงานทำให้สภาพการอยู่อาศัยส่วนหนึ่งเป็นการเช่า และส่วนหนึ่งเป็นผู้ซื้อที่อยู่ระหว่างการเช่าซื้อ/ผ่อนชำระ

ด้านชีวิตครอบครัวและชุมชนมีความก้าวหน้าลดลง โดยมีค่าดัชนีเท่ากับ 0.5642 ลดลง 0.0189 คะแนน จากปี 2558 เป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของผู้สูงอายุที่อยู่ลำพังคนเดียวเป็นร้อยละ 10.59 จาก ร้อยละ 6.28 ในปี 2558 รวมทั้งการเพิ่มขึ้นของครัวเรือนที่มีหัวหน้าครัวเรือนเดี่ยว (หย่า/หม้าย) เป็นร้อยละ 28.61 จากร้อยละ 26.53 ในทางกลับกันการทำงาน ในเด็กอายุ 15-17 ปี มีสัดส่วนลดลงเหลือร้อยละ 8.85 จากร้อยละ 13.68 ในปี 2558 และการแจ้งความคดีชีวิต ร่างกาย เพศ และการประทุษร้ายต่อทรัพย์ที่ลดลงเป็น 84.59 รายต่อประชากรแสนคน จาก 122.95 รายต่อประชากรแสนคน ในช่วงเวลาเดียวกัน ทั้งนี้ ดัชนีได้สะท้อน ให้เห็นถึงผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงรูปแบบและวิถีการดำเนินชีวิตที่คนมีการย้ายถิ่นในการทำงาน การอยู่เป็นโสดหรือหย่าร้างมากขึ้น รวมทั้งการเพิ่มขึ้นของครัวเรือนเดี่ยวส่งผลกระทบต่อความเข้มแข็งของครอบครัวที่เป็นหน่วยผลิตและบ่มเพาะคนรุ่นใหม่ที่จะเป็นกำลังหลักในการพัฒนาประเทศ รวมถึงการดูแลบุคคล ในครอบครัวโดยเฉพาะผู้สูงอายุที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

ด้านการคมนาคมและการสื่อสารมีความก้าวหน้าของการพัฒนาเพิ่มมากที่สุด โดยมีค่าดัชนีย่อยเท่ากับ 0.6459 เพิ่มขึ้น 0.2006 คะแนนจากปี 2558 เป็นผลจากการขยายการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานโดยเฉพาะด้านเทคโนโลยีการสื่อสารและสารสนเทศ ทำให้มีการเข้าถึงโทรศัพท์มือถือและอินเทอร์เน็ตได้ทั่วถึงมากขึ้น โดยมีประชากรอายุ 6 ปีขึ้นไปที่มีโทรศัพท์มือถือร้อยละ 88.13 เพิ่มจากร้อยละ 76.06 ในปี 2558 และ มีประชากรอายุ 6 ปีขึ้นไป ที่เข้าถึงอินเทอร์เน็ตร้อยละ 51.44 เพิ่มจากร้อยละ 20.22 ในช่วงเวลาเดียวกัน รวมถึงหมู่บ้านที่ถนนสายหลักใช้การได้ตลอดปีมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 36.53 ในปี 2558 เป็นร้อยละ 45.00 ในปี 2560 อย่างไรก็ตาม อุบัติเหตุบนท้องถนนยังเป็นปัญหาสำคัญโดยมีจำนวนคดีคงที่และลดลงไม่มาก คือ 61.94 ราย ต่อประชากรแสนคน จาก 66.33 รายต่อประชากรแสนคน ในปี 2558

ด้านการมีส่วนร่วมมีความก้าวหน้าลดลง โดยมีค่าดัชนี 0.4977 ลดลง 0.1025 คะแนน จากปี 2558 มีความก้าวหน้าลดลงมากที่สุด เนื่องจากมีการใช้ตัวชี้วัดประชากรที่ไปใช้สิทธิลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ปี 2559 แทนการไปใช้สิทธิเลือกตั้งซึ่งไม่มีการเลือกตั้งตั้งแต่ปี 2554 (ยังไม่รายงานผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งปี 2562 ขณะจัดทำรายงาน) โดยคะแนนผู้ไปใช้สิทธิลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ปี 2559 มีเพียงร้อยละ 56.86 น้อยกว่า ผู้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งปี 2554 ที่มีร้อยละ 73.97 และการลดลงของครัวเรือนที่เป็นสมาชิกกลุ่ม/องค์กรในท้องถิ่น โดยมีสัดส่วนร้อยละ 66.79 ลดลงจากร้อยละ 76.60 ในปี 2558 อย่างไรก็ตาม สัดส่วนของจำนวนองค์กรชุมชนและครัวเรือนมีส่วนร่วมทำกิจกรรมสาธารณะของหมู่บ้านเพิ่มขึ้น

 

Present by P.Warayuth

Update 256302141558

 

ความก้าวหน้าของคนนครสวรรค์จากการประเมินด้วยดัชนีความก้าวหน้าของคน หรือ HAI ปี 2562 

นโยบายเว็บไซต์ | นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล | นโยบายการรักษาความมั่นคงปลอดภัยเว็บไซต์

สำนักงานสถิติจังหวัดนครสวรรค์
ศาลากลางจังหวัดนครสวรรค์ ชั้น 4 ถนนสวรรค์วิถี
อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ 60000 โทรศัพท์ 0-5680-3579 โทรสาร 0-5680-3580
E-mail : This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

Who's Online

มี 35 ผู้มาเยือน และ ไม่มีสมาชิกออนไลน์ ออนไลน์